กล้าเปลี่ยนแปลง..กล้าลองของใหม่ !! รวม 6 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเกม "ไทย 2-2 ออสเตรเลีย"

ขอบคุณภาพจาก https://twitter.com/MuangthongUtd/status/798530603595333633

แม้จะเปลี่ยนแปลงช้าไป แต่ก็ยังทำให้เห็นว่ารู้ตัว

ก่อนหน้านี่ ซิโก้ โดนเหล่าแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนักเรื่องที่ยึดหลัก แบบแผน ระบบ และนักเตะชุดเดิมอย่างเดียวเลยในทุกนัดก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะปีก 2 ข้างอย่าง เกริกฤทธิ์ และ มงคล ที่โดนวิจารณ์อย่างหนัก และพอเปลี่ยนออก เกมก็เปลี่ยนเป็นดูดีขึ้น

เกมนี้ ซิโก้ ตั้งใจและกล้าเปลี่ยนซึ่งมันก็ตอบโจท์ การเปลียนระบบการเล่น เพื่อให้เหมาะสมกับโจทย์และแท็คติคในการเจอกับทีมยุโรป อัดกลางและหลังให้แน่น และใช้จังหวะโต้กลับเร็วที่กล้าเสี่ยง ก่อนหน้านี้เกมทีผ่านๆมา มีเพียงแค่ ชนาธิป คนเดียวที่กล้าเล่น กล้าเลี้ยงกินตัว  พอมาเกมนี้ การเอา สิโรจน์ ลงมาได้ลูกบู๊ ลูกแลก ลูกกลางเลี้ยงกินตัวทำให้เห็นผลชัดเจนว่าทีมได้ประโยชน์จากลูกได้ฟาล์วค่อนข้างเยอะ  โดยลงมาช่วย ชนาธิป ล้วงบอล ปล่อยให้ เจ้ามุ้ย ยืนค้ำหน้าไป

อย่างน้อยมันทำให้เห็นว่า ไทยเรา ไม่ได้มีแค่แผน เอ แต่มี แผนอื่นรองรับ เพราะก่อนหน้านี้ ยืนพื้นโดยใช้ระบบ 4-2-3-1 อย่างเดียวเลย รวมถึงชุดนักเตะแบบเดิมทุกนัด เกมนี้จะเป็นเกมที่เปลี่ยนใจ และ ความคิดของโค้ช ซิโก้ ได้ไม่น้อย การยึดแข้งที่ไว้ใจนั้นทุกคนย่อมมีความเชื่อเป็นของตนเองกันทั้งนั้น แต่พอถึงเวลาหากต้องเปลียนแล้วได้ผล มันจะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างในตัวโค้ช โดยเฉพาะแนวคิด

ช่วงแรกไทยเราเล่นเหมือนนัดก่อนๆ จึงทำให้รูปเกมออกมาเหมือนเดิม

ช่วงแรกที่ไทยเรา เสียลูกจุดโทษ จนถึงขณะที่ ได้ลูกตีเสมอ ไทยเราแทบจะเล่นเหมือนกับนัดก่อนๆ ที่ผ่านมา การซัพพอร์ตในเกมรุกยังน้อย ทำให้พอคนหนึ่งได้บอล ก็จะเหมือนโดดเดี่ยวจนทำให้เสียบอลตรงกลางบ่อยครั้ง และ เกมตรงกลางดูคุมเกม ไม่ได้ปะติดปะต่อเท่าไหร่ ซึ่งต้องชมจังหวะการทำประตูลูกแรกที่ เมสซีเจ กับ ทริสตอง โด กล้าเล่น พอมาได้ประตูตามตีเสมอ กำลังใจนักเตะคนอื่นๆก็พร้อมที่จะกล้าเล่นดีขึ้นเพราะเห็นตัวอย่างว่ากล้าเสี่ยงแล้วเกมมันดูดุดันและได้ผล 

จากนั้นผลที่ตามมาคือครึ่งหลังเราแทบจะครองเกมไว้ได้หมด เพราะเห็นตัวอย่าง พอครองบอลได้เยอะ นักเตะหลายคนก็เริ่มมั่นใจ แต่มาโชคร้ายเล็กน้อยที่เสียจุดโทษแบบไม่ชัดเจน

กล้าเล่น และกล้าเสี่ยงทำให้ เกมมีโอกาส

อย่างที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ตลอดหลายนัดที่ผ่านมา ไทยเรา มีจังหวะการเข้าทำ และกล้าที่จะแลกน้อยเกินไป มัวแต่เล่นระมัดระวังจ่ายบอลกลับหลังกันเสียเยอะ พอมาเกมนี้ โดยเฉพาะหลังได้ลูกตีเสมอ เหมือนกันกับคนละทีม ทุกคนขยันวิ่งกันมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเองก็เป็นเพราะแข้ง ออสซี่ เองเริ่มกำลังตกเล็กน้อย เนื่องด้วยสภาพอากาศเองก็มีส่วน

จุดโทษแบบโชคร้าย

เกมนี้มี 3 จุดโทษ ซึงก็ผิดคาดเล็กน้อย หลายคนไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห้นแบบนี้ แต่อย่างน้อย มันก็เป้นเรื่องดีที่เราได้เห็นประตูจากการทำจังหวะ โอเพ่น เพลย์ ของเรา ซึ่งถือว่าทำได้สวยงามอย่างมาก   แต่สุดท้ายอาจจะต้องรู้สึกเฟล เล็กน้อยที่ลูกจุดโทษลูกที่ 3 ที่ ออสเตรเลีย ได้นั้นไม่ชัดเจนเท่าไหร่  พลาด 3 แต้มไปได้อย่างน่าเจ็บใจ

ทำเต็มที่แล้ว 

ทุกอย่างคือบทเรียน บทเรียนครั้งนี้ ทั้งตัวโค้ช นักเตะ และแฟนบอล การเปลี่ยนแปลงทำให้ทีมดีขึ้นจริงๆ การกล้าเปลียนลองของใหม่ๆ เปิดใจยอมรับนักเตะหน้าใหม่ ระบบใหม่ๆ และ แท็คติคใหม่ๆ มันทำให้เรารู้ว่าพอถึงทางตัน มันสามารถทำให้ทีมเปลี่ยนได้ แฟนบอล เรียกร้องให้ โค้ช ซิโก้ เปลี่ยนนักเตะ บางคนออก และเกมนี้แข้ง 2-3 คนดังกล่าวก็ไม่ได้ลงสนาม ซึ่งผลมันก็ออกมาชัดเจนว่า บางครั้ง ความคิดของแฟนบอลนั้นก็ไม่ได้ผิด เสมอไปเกมนี้ พอเอา สิโรจน์ ลงมา ทำให้เกมดูดีขึ้นทันตา เพราะนักเตะทุกคนไม่เหมือนกัน ทุกคนมีธรรมชาติติดตัวมาให้เลือกใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกัน  ทุกคนมีของที่เหมาะกับช่วงเวลาต่างกัน

อย่างไรก็ตามฟุตบอลไทย เป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่มันต้องอยู่ภายใต้ของเหตุและผล ไม่ใช่อารมณ์ ขณะที่แฟนบอลบางคนเองก็ต้องอย่าลืมว่า การทีมฟุตบอลทีมชาติไทยมาถึงวันนี้ได้ ก็เพราะคนที่ชื่อ "ซิโก้ " เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ไทยเราเล่นดีก็คือบรรดาแข้งตัวรุก ออสซี่ ไม่ค่อยไล่บอลเหมือนคู่แข่งเราก่อนหน้านี้ 

เกมนี้ ออสเตรเลีย เล่นได้ดีจริง แต่เป้นช่วงก่อนที่เราจะมาได้ลูกตีเสมอทั้งนั้น หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มผ่อนเกมลง จะว่าด้วยเรื่องสภาพอากาศหรือว่าธรรมชาติของสไตล์อะไรก็แล้วแต่มันทำให้รู้ว่า เราเล่นดี และเล่นง่ายขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าให้เครดิตเราอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ ช่วงบริเวณแดนหน้าของ ออสซี พวกเขาไม่ค่อยกดดันเราเท่าไหร่ ในช่วงกลางครึ่งแรก และครึ่งหลัง มันเห็นได้ชัดเจนว่า แดนหน้า ออสซี แทบจะเดินเล่นกันยามเราได้ครองบอล ซึ่งก็เข้าทางเรา

ไทยเรา เล่นได้ดีและเด่นยามเจอ ทีมในอาเซียน เพราะมีทีมน้อยที่จะขยันเล่นบีบ และเพรสซิ่งเร็วตั้งแต่แข้งตัวรุกมายันกองหลัง พอมาเจอระดับเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น และ ยูเออี มันเลยต่างกันเพราะว่า ทุกคนเล่นและมีส่วนร่วมหมด ไม่ว่าจะรับและรุก 


ประเภท : ข่าวกีฬาทั่วไป
ที่มา : แก๊งค์ซ่า บ้าบอล
ติดป้าย : ไทย   บอลโลก   ออสเตรเลีย   ฟุตบอลต่างประเทศ