"ปีโป้" รถถังฝั่ง "อุบล" - ใครมาขวางข้าพุ่งชนไม่เลี้ยง !! รวม 7 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกม "ไทย 2-0 อินโดนีเซีย "

ขอบคุณภาพจาก http://www.affsuzukicup.com/news/video-aff-suzuki-cup-final-thailand-vs-indonesia-action

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ  (ปีโป้) 

เรียกได้ว่าเหมือนฟ้าขีดมาเพื่อสร้างชื่อให้กับชายที่ชื่อ "ปีโป้" สิโรจน์ ฉัตรทอง อย่างแท้จริง ตลอดทั้งเกมนั้นมีส่วน และ บทบาทสำคัญอย่างมากในการยืนค้ำยันแดนหน้า เกมนี้เขาเป็นกองหน้าตัวเป้า มีหน้าที่คอยพักบอล เก็บ บอลและเป็นตัวชน เพื่อสร้างจังหวะให้กับ เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ ซึ่งเกมนี้เขาทำได้อย่างครบเครื่องสมบูรณ์แบบอย่างมากที่สุด  โดยเฉพาะการรับบทเป็น "รถถังฝั่งอุบล" พุ่งชนแหวกทางสร้างจังหวะเกมบุกให้ทีมได้เปรียบ 

ลูกแรกเฮงเล็กน้อยเมื่อกองหลัง อินโด นั้นสกัดบอลมาโดนตัวเขาเข้าประตู แต่จังหวะที่ 2 นี้คือสิ่งที่การันตีความสามารถได้อย่างแท้จริง หลังปั่นโค้งอ้อมกองหลัง อินโดนีเซีย เข้าประตูเสาสองไปอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าทั้งเก่งทั้งเฮง

ชัปปุยส์ กลับมาท็อปฟอร์มถูกนัด แถมเล่นกลางรับ

หลังห่างห่ายร้างสนามไปนานสำหรับ เจ้าของฉายา "สามีสาธารณะ" ของสาวๆชาวไทย แม้กลับมาลงเล่นในไทยลีกให้กับ ไทยลีก และ ทีมชาติไทยได้บ้าง แต่ฟอร์มเองก็ยังคงเห็นได้ชัดว่าเขายังไม่สามารถเรียกจังหวะเดิมๆกลับมาให้เหมือนเดิมได้อีกครั้ง พอมีจังหวะได้ลงมาเปลียนเกมและเพิ่มความมั่นใจได้บ้าง และเกมนัดนี้พอได้ลงตัวจริง เหมือนมันกลมกล่อมพอดี เกมนี้ ชัปปุยส์ ลงเล่นเป็นตัวคุมเกมคู่กับ สารัช แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยืนต่ำกว่า สารัช ค่อนข้างมากเลยทีเดียว กลายเป็นกลางรับแบบเห็นได้ชัด จังหวะลงไปล้วงบอลตอนเรานั้นครองเกม หลายครั้งเขานี่แหละ ลงไปยืนหน้า กองหลัง 3 ตัวของเรา

อันที่จริงก็ไม่น่าแปลกเท่าไหร่ เพราะว่าในช่วงที่ลงเล่นให้กับ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ชุดแชมป์โลก U-17 ปุยส์ ก็เคยลงเล่นในตำแหน่ง ปราการหลังตัวกลางมาก่อนแล้ว ก่อนจะผันตัวเองมาเล่นเป็นตัวรุก และถอยไปยืนคุมเกมตรงกลางในฐานะห้องเครื่องได้ เกมนี้จึงไม่แปลกที่ โค้ช ซิโก้ เลือกใช้ และ เขาเองก็เล่นเกมรับได้ดีพอๆกับเกมบุก 

ประทุม นิ่งมาก

เกมนี้น่าจะเด่นที่สุดในแผง เซนเตอร์ แบ็ก 3 คน แม้จะเล่นฝั่งซ้ายคอยซัพพอร์ต ธีรทร แต่กลับกลายเป็นว่า ประทุม นั้นเด่นมากกว่า เจ้าตั้ม และ  อดิศร พรหมรักษ์ เข้าเล่นเหมือนสต็อปเปอร์ที่วิ่งชน พยายามชิงจังหวะแรกในการแย่งบอลให้ได้ก่อน และก็ทำได้ดีทุกครั้ง โดยที่ตัวเองนั้นไม่กลัวเจ็บเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

วิงแบ็กทั้ง 2 ข้างเราทำหน้าที่ได้ดีกว่านัดแรก อย่างเห็นได้ชัด 

เกมแรกที่บุกไปแพ้มา 2-1 แน่นอน เราโดนปีก อินโดนีเซีย เผาเครื่องพาทัวร์ในช่วงครึ่งหลัง เพราะปล่อยให้ได้ใจมากเกินไป แต่เกมนี้ ปัญหาถูกขจัดหมดสิ้นตั้งแต่วินาทีแรก ปิดพยายามเอาบอลมาครองสร้างเกมบุก ซึ่งนี่ก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวรุกริมเส้นของเขาไม่มีโอกาสได้บอลสร้างหรือบอมม์จากข้างสนาม 

แต่ครึ่งหลังมามีจังหวะเสียวบ้างเล็กน้อย หลังพละกำลังเราเองเริ่มตกลงทำให้ ปีกของ อินโดนีเซีย เริ่มฉวยโอกาสหาจังหวะเปิดครอสเข้ากรอบเขตโทษได้ แต่เกมรับเราเองก็ยังรักษาสมาธิได้ดีอยู่ 

จังหวะสุดท้ายแข้งอินโดนีเซีย เตะบอลทิ้งไม่น่าเล่น 

ไม่มีคำบรรยายสำหรับ การกระทำของ อับดุล เลสตาลูฮู  วิงแบ็กกึ่งปีกของ อินโดนีเซีย ที่แสดงความเป็นเด็กน้อยที่เหมือนคนไร้วุฒิภาวะแม้จะอายุ 23 ปีแล้วก็ตาม เตะบอลอัดทางฝั่งซุ้มมานั่งสำรองของไทยเราชนิดที่งงทั้งสนาม ไทยเราโดนแข้ง อินโดนีเซีย วิ่งไล่อัดมาในนัดแรกอย่างเยอะ แต่เราเองไม่มีอาการฟิล์วขาดเลยสักนิดทั้งที่โดนหนัก

แต่กลับแค่จังหวะแท็คติคที่ไม่ได้กวนอารมณ์อะไรเลยสักเล็กน้อย เลสตาลูฮู กลับแสดงพฤติกรรมอย่างนี้ หากไทยเรามีจังหวะใช้แท็คติคน่าละอายหรือยั่วอารมณ์นั้น ยังไม่แปลกใจเท่าไหร่อย่างเช่นเลี้ยงบอลไปกินเวลาที่มุมลูกเตะมุม ต้องรอดุว่า แบ็กดาวรุ่งคนนี้จะโดนคาดโทษอะไรบ้าง 

ลูกครอสของ ธีรทร ยังคงเป็นอาวุธหลักและทีเด็ดของไทยเราเสมอ

เกมบุกต้องสร้างจากตัวรุก หรือ เพลย์เมกเกอร์ แต่ไทยเราได้ประตูหรือสร้างจังหวะเกมบุกได้มากมายนั้น มาจากตำแหน่งแบ็กซ้าย เพราะว่าลูกครอส เจ้าอุ้มเยอะมาก และเกมนี้มันก็ได้ผลอีกครั้ง เมื่อมันนำมาซึ่งประตูแรกของ ปีโป้ แม้ไม่ใช่การแอสซิส โดยตรง แต่ลูกเปิดของเขากดดันแผงหลังคู่แข่งได้เป็นอย่างดี 

โค้ชคีย์บอร์ด ก็ไม่ได้ผิดเสมอไปหรอกนะ 

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นคนวางรากฐานที่ทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นกลับมาครองใจแฟนบอลได้ และทุกคนนั้นขอยกย่องและนับถือเรื่องนี้จริงๆ แต่บางครั้ง แน่นอนทุกคนไม่มีทำการตัดสินใจถูกเสมอไป การที่จะโดนแฟนบอล วิจารณ์หรือว่าโจมตีบางครั้งมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในวงการฟุตบอล หรือแม้แต่กีฬาทุกชนิดที่คนเป็นโค้ชตัดสินใจผิดพลาด 

หลังพอเปลี่ยนระบบและนักเตะที่ฟอร์มตกออก ทีมก็เล่นดีอีกครั้ง และพอนัดที่แล้วนั้น ทีมเริ่มกลับมามีฟอร์มที่สะดุดเพราะนักเตะฟอร์มตกบางคนลงสนาม ซึ่งก็ได้รับการวิจารณ์แบบตามเคย พอเกมนี้ นัดที่ 2 เปลี่ยนกลับมาใช้นักเตะและระบบที่แฟนบอลหลายคนคิด ซึ่งมันก็ทำให้ผลงานออกมาดี และเป็นแบบที่โค้ชคีย์บอร์ดหลายคนคาดจริง

ฟุตบอลระดับโลก ระดับนานาชาติ ทุกประเทศเป็นแบบนี้หมด ใครเล่นไม่ดี หรือว่าโค้ชตัดสินใจผิดพลาดย่อมเกิดการวิจารณ์ได้เสมอ อย่างน้อยมองในแง่มุมดี มันเหมือนเป็นการตะเตือน หรือมีคนช่วยเตือนในสิ่งที่เราพลาดหรือคาดไม่ถึงและสิ่งที่ โค้ชซิโก้ เปลียนมันก็ได้ผลจริงๆ 

ฟุตบอลไทยเป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน ทุกคนมีสิทธิ์วิจารณ์ได้แต่ต้องอยู่ภายใต้ของเหตุผล และความเป้นจริง แฟนบอลต่างประเทศวิจารณ์การทำหน้าที่ของ โค้ชและนักเตะ ไม่มีใครเลยสักคนที่ถูกคนบางจำบอกไล่ "งั้นก็ไปเตะเองสิ เก่งนักนิ"  ระดับโลกเขาไม่มีมาบอกแบนี้ เพราะจะให้คนธรรมดาไม่ใช่นักบอลอาชีพไปเตะ มันเป้นไปไม่ได้หรอกครับ  แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ภายใต้เหตุและผล

ผีแดง ของ  โซเช่ มุรินโญ่ ฟอร์มไม่ดี ช่วงต้นฤดูกาล เพราะว่า เอา "พี่ฟู" มารูยาน เฟลไลนี่ ลงและมักเอา รูนีย์ ที่ฟอร์มดรอปลงพร้อมกัน และยังมีสไตล์คล้าย ซลาตั้น ทำให้เกมบุกมันช้าไปหมด พอ จ่ามู โดนวิจารณ์เข้า เขาก็ออกอาการไม่พอใจเล็กน้อยพร้อมประชดประชันว่ามีแต่ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" ทั้งนั้นเลยวงการฟุตบอล แต่พอ เปลี่ยนแบบที่แฟนบอลคาดมันได้ผลดีจริงๆ พอเอา มิกกี้ลง ทีมก็สร้างโอกาสได้เยอะะ เอา คาร์รืค ลงและสลับ กับ เอร์เรร่า เกมก็ดูกระชับกระเฉงและไวขึ้นดูมีความรวดเร็ว สุดท้ายมันก็ได้ผล  ซึ่งมันก็คล้ายๆกับกรณีของบอลไทยเราในข้างต้นนี้ 

 


ประเภท : ข่าวบอลไทย